อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว (Phu Sa Dok Bua)


   


สถานที่ติดต่อ : ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว บ.หนองเม็ก ต.ป่าไร่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร 49120 
โทรศัพท์ : 0 4262 0615
ฝ่ายอำนวยการ : 089 720 1002
ฝ่ายนัทนาการและวิชาการ : 065 067 1185
ฝ่ายอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร : 089 032 5369 
อีเมล : phusadokbua@hotmail.com 
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายเอกชัย เพ็ชรัตน์

ตำแหน่ง : นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ


หมายเหตุ : เมื่อชำระค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติแล้ว กรุณาพกบัตรค่าบริการติดตัว
ขณะท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเพื่อการตรวจสอบ



144,375.00 ไร่

 

ภูสระดอกบัว

ภูผาหอม

ภูหมู

ภูผาแต้ม

ภูวัด


ทางเดินศึกษาธรรมชาติ ⇔ ทางเดินป่า ⇔ ชมประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม ⇔ ชมพรรณไม้ 


 ไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร นักท่องเที่ยวควรจัดเตรียมไป
 


ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ภบ. 1 (ภูหมู)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ภบ. 2 (ดานหินแตก)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ภบ. 3 (เขื่อนแก้ว)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ภบ. 4 (ผาด่าง)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ภบ. 5 (เสนางคนิคม)

จุดสกัดภูถ้ำพระ



            อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว มีเนื้อที่รวมทั้งหมด ประมาณ 144,375 ไร่ หรือ 231 ตารางกิโลเมตร มีสภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนของเทือกเขาหลายๆ ลูกเทือเขาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาใหญ่ที่เรียกว่า เทือกเขาภูพาน ทอดตัวเป็นแนวยาว จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยแบ่งที่ราบสูงโคราชออกเป็น 2 แอ่ง ทางตอนเหนือคือแอ่งสกลนคร ส่วนทางตอนใต้เป็นแอ่งใหญ่ คือ แอ่งโคราช – อุบล ลักษณะของหินและการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกที่เป็นมาในอดีตภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ก่อให้เกิดจุดสนใจทางด้านการศึกษาทั้งทางธรณีวิทยาและทาง ภูมิศาสตร์โดยเฉพาะการเกิดการชะล้างของหอนทราย ทำให้มีหน้าผา บ่อรูปหม้อ (Pothole) หรือแอ่งหินบนยอดเขา และการเกิดรอยแตกของหิน (Fault) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนี้ นอกจากจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นสถานที่ศึกษาทางด้านการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติได้อีกด้วย การเปลี่ยนแปลงภายในและภายนอกของเปลือกโลกจากอดีตจนถึงปัจจุบันทำให้อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เกิดมีภูเขาต่างๆมากมาย เช่น ภูหมู ภูแผงม้า ภูไม้ซาง ภูของ ภูอัครอาด ภูตาเฟีย ภูผาด่าง ภูผาหอม ภูโป่งเปือย ภูหนาด ภูกะซะ ภูหัวนาค ภูผาสะเงาะ ภูสะลุน ภูถ้ำพระ ภูสระดอกบัว เหล่านี้ เรียงตัวประกอบขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างขนาดเล็กทางธรณีวิทยารูปเรื่อคว่ำซึ่งทอดตัวในแนวเดียวกับเทือกเขาใหญ่ภูพาน โดยโครงสร้างขนาดเล็กนี้มีการเอียงเทไปทางทิศาตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งประกอบด้วยป่าอันอุดมสมบูรณ์หลายชนิด พื้นที่หลายแห่งมีลานหินขนาดใหญ่ ชาวท้องถิ่น เรียกว่า “ดาน” กระจายอยู่ตามยอดเขาต่าง ๆ และบนยอดเขาภูสระดอกบัวมีแอ่งหินขนาดความกว้างประมาณ 5 – 6 เมตร ลึกประมาณ 2 เมตร มีดอกบัวซึ่งเป็นดอกบัวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นดอกบัวเผื่อนมีสีขาวแซมด้วยสีชมพูอ่อน กระจายตามแอ่งบัวจึงเป็นที่มาของอุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว นอกจากนั้นยังมี ยอดภูไม้ซางเป็นยอดเขาสูงสุดประมาณ 494 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยอดภูเขาอื่น ๆ มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 350 - 450 เมตร พื้นที่เหล่านี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร หลายสาย เช่น ห้วยทม ห้วยไห ห้วยตูบ ห้วยก้านเหลือง ห้วยลำกลาง ห้วยขี้เหล็ก ห้วยหินขัว ห้วยจิงหิง เป็นต้น ลำธารเหล่านี้ไหลลงสู่พื้นราบ รายรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งราษฎรที่อยู่โดยรอบอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ใช้อุปโภค บริโภค และทำการเกษตรตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน


สภาพภูมิอากาศแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ 
            1. ฤดูฝน ระหว่าง เดือน พฤษภาคม - เดือน ตุลาคม จะมีฝนตกชุก ในเดือนสิงหาคม 
            2. ฤดูหนาว ระหว่าง เดือน พฤศจิกายน - เดือน มกราคม อุณหภูมิต่ำสุด ในเดือนธันวาคม 
            3. ฤดูร้อน ระหว่าง เดือน กุมภาพันธ์ - เดือน เมษายน อุณหภูมิสูงสุด ในเดือนมีนาคม 


พืชพรรณและสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ประกอบไปด้วย 
            1. ป่าเต็งรัง (Dry Dipterocarp Forest) ป่าเต็งรังในอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นสังคมพืชที่ครอบคลุมเนื้อที่มากที่สุดหรือประมาณร้อยละ 90 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่ ปกคลุมอยู่ในพื้นที่ที่มีดินค่อนข้างตื้น เป็นทรายจัด หรือมีหินผสมอยู่มากหรือในพื้นที่มีชั้นของดินลูกรัง (Later tic - zone) ปรากฏอยู่ชิดผิวดินลักษณะของสังคมพืชแห่งนี้ พบขึ้นตามพื้นที่ค่อนข้างราบและ/หรือมีหินปรากฏอยู่ที่ผิวดินเป็นจำนวนมาก มีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โครงสร้างเรือนยอดทางด้านตั้งมี 2 ลักษณะ ลักษณะเรือนยอดแบ่งออกได้เป็น 3 ชั้น เรือนยอด ชั้นบนสูงประมาณ 15 – 25 เมตร ไม้เด่นของสังคมได้แก่ เต็ง อื่นๆ ที่ขึ้นผสมอยู่ เช่น ไม้พะยอมหว้า มะพอก ประดู่ เรือนยอดชั้นรองมีความสูงอยู่ระหว่าง 5 - 14 เมตร เป็นไม้ขนาดกลาง ชนิดไม้ที่สำคัญได้แก่ กระโดน ขะเจ๊าะ เคด ส้านใบเล็ก รกฟ้า ยางเหียง
            2. ป่าผสมผลัดใบ ( Mixed Decidous Forest ) พบบริเวณตอนกลางขึ้นไปตามทางตอนใต้ของพื้นที่รวมทั้งบริเวณที่ลาดชันด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลักษณะเรือนยอดแบ่งออกได้เป็น 3 ชั้นเรือนยอด เรือนยอดชั้นบนสูงสุดประมาณ 18 - 30 เมตร พันธ์ไม้สำคัญของเรือนยอด ชั้นนี้ได้แก่ แดง ตะแบกเปลือกบาง ประดู่ สาธร ส้านใหญ่ ตระคร้อ กางขี้มอด ติ้วเกลี้ยง เป็นต้น 
เรือนยอดชั้นรองมีความสูงประมาณ 8 - 17 เมตร ไม้เด่นที่สำคัญได้แก่ ขานาง อีแปะ สกุณี เก็ดแดง ปอเลี้ยงฝ้าย คูณ มะกอก กว้าว โมกมัน เป็นต้น นอกจากนี้ป่าผสมผลัดใบยังเป็นแหล่งไม้ไผ่ที่สำคัญ ชนิดที่ปรากฏอยู่ทั่วไปได้แก่ ไม้ไผ่ซาง และไผ่ไร่ 
            3. ป่าดิบแล้ง (Dry Evegreen Forest) พบบริเวณตอนกลางของพื้นที่และตอนล่างของพื้นที่แต่เป็นหย่อมเล็กๆ เนื่องจากดินค่อนข้างลึกและเก็บความชื้นได้ดีพอสมควร ลักษณะโครงสร้างแบ่งออกเป็น 3 ชั้นเรือนยอด เรือนยอดชั้นบนสุดมีความสูงประมาณ 20 - 40 เมตร ไม้ที่สำคัญในเรือนยอดชั้นนี้ได้แก่ กระบาก ยาง มะพอก คอแลน ต้น เรือนยอดชั้นรองมีความสูงประมาณ 18 เมตร ค่อนข้างหนาแน่นมากจึงทำให้เห็นเรือนยอดที่ต่อเนื่องกัน พรรณไม้ที่สำคัญในชั้นนี้ได้แก่ ยางโอน พลับพลา เสม็ดแดง คันจ้อง พลองใบเล็ก พะยอม เปล้าหลวง กระบก เป็นต้น ส่วนชั้นของไม้ขนาดเล็ก และไม้พุ่มมีความสูงกว่า 8 เมตร ปรากฏค่อนข้างหนาแน่นผสมกับไม้วัยรุ่นของไม้ชั้นกลางและชั้นบน ที่พบมากได้แก่ หมักม้อ ครมเขา แอ พื้นป่าประกอบด้วย กล้าไม้ชนิดต่างๆ ชั้นหนาแน่นผสมกับพืชล้มลุกมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะพืชในวงศ์ขิงข่า เข็มป่า เถาประสงค์ กล้วยเต่า เป็นต้นสังคมพืชในชั้นของการทดแทนในพื้นที่ที่เคยถูกรบกวนในอดีต (Secondary Forest) เป็นผลจากการทำลายพื้นที่อยู่ในระหว่างการทดแทน (Succersbnal Stage) หลายระดับด้วยกัน ความผันแปรของสังคมพืชที่พบขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการทำลาย และช่วงเวลาที่ถูกทอดทิ้งไว้ และสังคมป่าดั้งเดิมที่ก่อนถูกทำลาย 
            4. สัตว์ป่า เนื่องจากอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งใหม่ และมีชุมชนที่ตั้งอยู่ทั้งในและนอกเขตอุทยานจำนวนมาก นอกจากนี้สภาพป่าส่วนมากยังเป็นป่าเต็งรัง ที่มีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ปัจจุบันสัตว์ป่าไม่ค่อยมีให้เห็น นอกจาก กระต่ายป่า ลิง กระรอก และนกชนิดต่างๆ สันนิฐานว่าสัตว์ใหญ่คงอพยพไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ หรือไม่ก็ถูกล่าจนหมด จากการสำรวจความหลากหลายของชนิดของสัตว์ป่า พบว่ามีสัตว์ป่าประกอบไปด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสัตว์ที่พบเห็นได้โดยตรง ได้แก่ กระแต บ่าง กระต่ายป่า กระจ้อน เป็นต้น ส่วนสัตว์ที่พบเพียงแต่ร่องรอย เช่น หมูป่า เก้ง 
นก เป็นกลุ่มสัตว์ที่ค่อนข้างจะพบเห็นได้ตลอดเวลาทั่วพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นนกที่เลือกถิ่นอาศัยในรูปของป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ นกที่พบ เช่น ยางควาย นกกระปูด เหยี่ยวขาว และนกเขาเปล้าธรรมดา ไก่ป่า นกกระเต็น นกกระจอก นกเอี้ยง นกเค้าแมว เป็นต้น 
            5. สัตว์เลื้อยคลาน ตัวอย่าง เช่น งูเห่า งูสิง งูเขียว งูจงอาง จิ้งจก กิ่งก่าแก้ว จิ้งเหลน ตะกวด และจิ้งเหลนภูเขา เป็นต้น 
            6. ปลา ยังไม่มีการสำรวจพันธ์ปลาที่เกิดตามลำธารในป่า และลำธารที่มีน้ำไหลตลอดปี แต่ที่เชื่อว่ามีในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณลำห้วยขนาดใหญ่ ชนิดปลาได้แก่ ปลาดุก ปลาช่อน ปลาตะเคียน ปลาซิว ปลาเนื้ออ่อน ปลาแขยงใบข้าว ปลาตะเพียน ปลากดเหลือง ปลาไหล 
            7. สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พบโดยการส่องไฟในเวลากลางคืน ตัวอย่างเช่น กบ อึ่งอ่าง และเขียด เป็นต้น 
            8. แมลงป่าไม้ เป็นพวกผีเสื้อกลางวันจัดเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของผีเสื้อมากอีกแห่งหนึ่งซึ่งยังคงความอุดมสมบรูณ์ นอกจากนี้พบได้บริเวณตามลำห้วยที่มีน้ำขังหรือพื้นที่โล่ง เช่น ผีเสื้อหนอนคูณธรรมดา ผีเสื้อยักษ์ นอกจากนี้ยังพบแมลงป่าไม้ที่มีความสวยงามมาก และพบเป็นจำนวนมากในช่วงฤดูฝนบริเวณป่าเต็งรังนั่นคือ แมลงทับขาแดง กับแมลงทับขาเขียวโดยที่แมลงทับขาแดง พบเป็นจำนวนมากกว่า 
            9. ทรัพยากรทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายเผ่าภูไท ข่า กะเลิง และ ไทอีสาน ซึ่งจะมีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันไปในแต่ละชุมชนท้องถิ่น ทั้งสภาพเศรษฐกิจโดยส่วนใหญ่ จะเป็นการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกอบอาชีพของราษฎรในพื้นที่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ปัจจุบันนิยมปลูกยางพารา และเข้ามาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ทำให้มีรายได้ในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงบ้างบางส่วน ราษฎรส่วนใหญ่ในพื้นที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของคนอีสานเอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่นโดยเฉพาะประเพณีงานบุญประจำปี และตาม ฮีตครองที่ปฏิบัติร่วมกันมาก่อนในอดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ประเพณีสงกรานต์ บุญบั้งไฟ ลอยกระทง เข้าพรรษา ออกพรรษา บุญบูชากองข้าวเปลือก เป็นต้น และได้มีการสำรวจพบแหล่งโบราณสถานซึ่งมีความสำคัญในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คือ เป็นที่ชุมนุมในการดำรงชีวิตของกลุ่มชนที่อยู่บนที่สูงโดยเฉพาะกลุ่มชนที่อยู่บนเทือกเขาภูพานที่ซึ่งชุมชนใช้ในการประกอบพิธีกรรมที่ว่านี้ก็คือภูผาแต้มบริเวณที่มีภาพเขียนโบราณภาพเขียนสีเหล่านี้มีอายุประมาณ 3,000 - 4,000 ปีมาแล้ว นั้นคือ อยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และนอกจากนี้ยังมีการสำรวจพบภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ภาพเขียนสีที่พบนี้พอจะแบ่งคร่าวๆได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 
                  - กลุ่มภาพฝ่ามือ 
                  - กลุ่มภาพลวดลายเรขาคณิต 


            จากกรุงเทพมหานคร - ผ่านอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ไปยังอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2277) ระหว่างหลักกิโลเมตร ที่ 22 - 23 แยกเข้าไปทาง ทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยหินข้อบ้านหนองเม็ก ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุดหาร 
            - ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว อยู่ห่างจาก จังหวัดมุกดาหาร ประมาณ 60 กิโลเมตร 
            - ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว อยู่ห่างจาก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ประมาณ 28 กิโลเมตร 
            - ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว อยู่ห่างจาก อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ประมาณ 22 กิโลเมตร 



เส้นทางไปอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 


ผังบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว