อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต (เตรียมการ)


   


สถานที่ติดต่อ : สวนรุกขชาติพระบาท หมู่ที่ 4 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
โทรศัพท์ :  
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นางสาวดวงพร เกียรติดำรง
ตำแหน่ง : นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ



พื้นที่สำรวจขอจัดจั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต ครอบคลุมพื้นที่ป่่าสงวนแห่งชาติจำนวน 3 ป่า คือ 
            1.) ป่าสงวนแห่งชาติแม่ยางแม่อาง ตั้งอยู่ในท้องที่ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เนื้อที่ประมาณ 34,626.407 ไร่ หรือ 21.64 ตารางกิโลเมตร 
            2.) ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่จาง ตั้งอยู่ในท้องที่ อำเภอเมือง จังหวัดลำป่าง เนื้อที่ประมาณ 2,828.777 ไร่ หรือ 1.77 ตารางกิโลเมตร 
            3.) ป่าสงวนแม่เมาะ ตั้งอยู่ในท้องที่ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เนื้อที่ประมาณ 12,311.017 ไร่ หรือ 9.28 ตารางกิโลเมตร 
            4.) พื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ในท้องที่ตำบลพระบาท และตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 624.14 ไร่ 
รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 50,390.34 ไร่ หรือ 80.62 ตารางกิโลเมตร 

มีพื้นที่คาบเกี่ยว ซ้อนทับทั้งสิ้น 7 ตำบล คือ 
            1.ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 
            2.ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 
            3.ตำบลเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 
            4.ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 
            5.ตำบลบ้านคง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 
            6.ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง 
            7.ตำบลห้วยเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง 


 50,455.36 ไร่


ไม่มีร้านค้าร้านอาหาร นักท่องเที่ยวควรจัดเตรียมไป


            พื้นที่เป็นภูเขาทอดยาวไปตามทิศเหนือ-ใต้ เป็นภูเขาสลับซับซ้อน สลับกับภูเขาขนาดเล็กและใหญ่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 400-900 เมตร มียอดสูงสุดชื่อ ดอยฝรั่ง หรือในอดีตเรียกดอยงาม (ความสูง 904 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) 

            สัณฐานพื้นที่สำรวจเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต เกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำปัจจุบัน เป็นตะกอนจากแม่น้ำลำธาร และที่เกิดจากพื้นที่ผิวที่เหลือตกค้างจากการกัดกร่อนบนหินดินดาน หินทรายแข็ง หินทราย หินกรวดมน และหินปูน ซึ่งมีลักษณะของพื้นที่เป็นแบบลูกคลื่นลอนลาดจนถึงสภาพภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขา ลักษณะดิน เป็นดินที่เกิดจากหินดาดเชิงเขา และวัตถุตกค้าง ได้แก่ ดินที่เกิดจากการผุสลายตัวของหินดาดเชิงเขา และหินดั้งเดิมบริเวณนั้นๆ บนพื้นผิวที่เหลือค้างจากการกัดกร่อนในอดีต และบริเวณที่เป็นภูเขาเนื้อดินเป็นดินร่วนปนกรวดเล็กน้อย ชุดดินที่สำรวจพบ ดินชดวังไฮ ดินชุดแม่มอก ดินชุดแม่งาว เป็นต้น


สภาพภูมิอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู ดังนี้ 
            ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 
            ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 
            ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนดุลาคม -ต้นเดือนกุมภาพันธ์


ทรัพยากรป่าไม้ ลักษณะทั่วไปของพื้นที่ปกคลุมด้วยป่าเต็งรังเป็นส่วนใหญ่สลับป่าเบญจพรรณ และมีป่าสนเขาขึ้นอยู่ประปราย ตามยอดเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 700 เมตร โดยจำแนกชนิดพรรณไม้ในแต่ละพื้นที่ป่าได้ดังนี้ 
            1) ป่าสนเขา (Pine forest) พันธ์ุไม้สำคัญประกอบด้วย สนสองใบ (Pinus Merkusii) เป็นไม้เด่น และมีไม้เหียง (Dipterocarpus obtusifolius) ขึ้นประปราย สภาพป่าพื้นล่างโล่งเตียน ไม่พบลูกไม้เนื่องจากพื้นมีหินเป็นส่วนใหญ่ 
            2) ป่าเต็งรัง (Dry dipterocarp forest) พันธุ์ไม้สำคัญ ได้แก่ เต็ง (Shorea obtusa), รัง (shorea siamensis), เหียง (Diptrocarpus obtusifolius), พลวง (Diptrocarpus tuberoulatus), มะม่วงหัวแมงวัน (Buchanania latifolia), ติ้ว (Cratoylum spp.), คำมอก (Gardeia app.), กาสามปีก (Vitex peduncolaris) และกระท่อมหมู (Mitragyna brunonis) ไม้พื้นล่างได้แก่ เปราะป่า (Kaempferia spp.), เป้ง (Phoenix acaulis), ปรง (Cycadales) เป็นต้น 
            3) ป่าเบญจพรรณ (Mixed deciduous) พันธ์ุไม้สำคัญที่พบ ได้แก่ สัก (Tectona Grandis), ประดู่ (Pterocarpus macrocarpus), มะค่าโมง (Afzelia xylocarpa), ซ้อ (Gmelina arborea), สมอภิเภก (Terminalia bellerica), ตะเคียนหนู (Anogeissus acuminate), กระพี้จั่น (Millettia bandisiana), ฉนวน (Dalbergia nigresoens) ไผ่ชนิดต่างๆ เช่น ไผ่ซาง (Dendrocalamus striotus), ไผ่บง (Bambusa natans), ไผ่ไร่ (Gigantochola albociliata), ไผ่ข้าวหลาม (Cephalostachyum pergacile) เป็นต้น 

 

ทรัพยากรสัตว์ป่า เนื่องจากพื้นที่เป็นภูเขา มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ และสภาพป่าที่ติดต่อโดยรอบที่ได้มีการสำรวจที่จะผนวกเพิ่มเติ่ม ยังคงมีความสมบูรณ์อยู่ จึงสามารถเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และหลบภัยของสัตว์ป่าขนาดเล็กหลากหลายชนิด ในการสำรวจโดยการสอบถามจากราษฎร และโดยการสำรวจของเจ้าหน้าที่ พบว่ายังมีสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ ดังนี้ 
            1) สัตว์ป่าจำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม แมวดาว (Prionailurus bengalensis), อีเห็น (Priondpm erdocppr), ตุ่น (Euroscaptor klossi), กระต่ายป่า (Lepus peguensis), หมู่ป่า (Sus scrofa), กระรอกปลายหางดำ (Calloscirus caniceps), กระแต (Tupaia glis), พังพอน (Herpestes javanicus) และอ้น (Cannomus bedius) เป็นต้น 
            2) สัตว์ป่าจำพวกสัตว์ปีก ได้แก่ ไก่ป่า (Gallus gullus), นกปรอดหัวโขน (Pycmonotus jocosus), นกกางเขนดง (Copsychus malabaricus) เป็นต้น 
            3) สัตว์ป่าจำพวกสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ อึ่งอ่างบ้าน (kaloula pulchra), กบ (Rana pilcata), เขียด (Occidozyga lima), คางคก, เต่าเหลือง (Indotestudo clongata) และเต่าภูเขา เป็นต้น 
            4) สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ไดแก่ แย้ (Butterfiy lizards), กิ้งก่า (lizards), ตุ๊กแกป่า (Cyrtodactylus spp.), งูกาบหมากหางนิล (Elaphe taeniura) เป็นต้น 
            5) ปลา ได้แก่ ปลากั้ง, ปลากระทิง, ปลาก้าง, ปลาไหล และปลาซิว เป็นต้น 
            6) แมลงชนิดต่างๆ ที่สามารถพบได้ในเขตอุทยานแห่งชาติฯ ได้แก่ด้วงกว่างดาว (Cheirotonus parryi), ด้วงดินปีกแข็ง (Mormolyce), ผี้เสื้อสะพายฟ้า (Graphium sarpedon), ผีเสื้อหางมังกรเขียว (Lamproptera meges), ผีเสื้อถุงทองป่าสูง (Troides helena), ผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู (Pachliopta aristolochiae) เป็นต้น