อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง - น้ำพุเจ็ดสี (เตรียมการ)


   


สถานที่ติดต่อ : หมู่ที่ 8 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
โทรศัพท์ :  093 193 3556
อีเมล : Namtokbautong@gmail.com
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายโฉลม วงศ์กลุ่ม
ตำแหน่ง
: 
นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ



            การสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสันทราย ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตง ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่กวง และพื้นที่วนอุทยานน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี โดยพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 111,829 ไร่ เป็นป่าที่ได้มีการประกาศกำหนดเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ป่าต้นน้ำลำธาร ในท้องที่อำเภอสันทราย อำเภอดอยสะเก็ดและอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่


53,425.91 ไร่

                                   

                      จุดชมวิว                                                                        น้ำตกบัวตอง

 

                                    

                  น้ำตกวังทอง                                                                        บ่น้ำพุเจ็ดสี

 


ไม่มีร้านค้าร้านอาหาร นักท่องเที่ยวควรจัดเตรียมไป

บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ                   AIS, TRUE


            สภาพพื้นที่สำรวจเป็นเทือกเขาสลับกับหุบเขา ทอดตัวยาวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ จัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์โซน C ตามแผนที่แสดงการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้เขตป่าสงวนแห่งชาติ สันเขาลาดเทไปสองฝั่ง ด้านทางทิศตะวันออกเป็นป่าแม่แตงและป่าขุนแม่กวง ส่วนอีกด้านทิศตะวันตกเป็นป่าสันทราย พื้นเขาสลับเป็นลูกๆ มีความลาดชันมาก มีทีราบเฉพาะร่องห้วยร่องเขาน้อยมาก เป็นไม่เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม เนื่องจากพื้นดินมีสภาพเป็นกรวด หิน หน้าดินตื้นเสียเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่โดยทั่วไปมีความสูงอยู่ระหว่าง 380 – 947 (รทก.) มียอดเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยผีตากผ้า สูงประมาณ 947 เมตร (รทก.) จากระดับน้ำทะเล และพื้นที่ที่มีระดับต่ำสุด คือ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป๋อน และบริเวณอ่างเก็บน้าห้วยส้ม ต่ำสุดอยู่ระหว่าง 380 เมตร (รทก.) จากร่องลึกของดอยต่างๆ เกิดเป็นลำห้วยและอ่างเก็บน้ำเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิง


            พื้นที่สำรวจเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตองน้ำพุเจ็ดสี ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเหนือของประเทศไทยและอยู่ตอนกลางของภาคพื้นอาเซียอาคเนย์หรือคาบสมุทรอินโดจีน ดังนั้นลักษณะภูมิอากาศจึงเป็นมรสุมเขตร้อนได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ลมฝน) และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว สำหรับฤดูกาลสามารถแบ่งได้ ๓ ฤดู


ทรัพยากรป่าไม้ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดป่า 
            1. ป่าไม่ผลัดใบหรือป่าดิบชื้นระดับต่ำ lower evergreen forest พบขึ้นตามไหล่เขาและพื้นที่ลาดชัน ที่ระดับความสูงประมาณ ๓๕๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่มีความชุมชื้น มีไม้ผลัดใบขึ้นผสมอยู่ด้วยพบบริเวณเหนือลำห้วยขึ้นมา ไม้ที่พบ ได้แก่ ยมหิน ทองหลางป่า มะไฟ ดงดำ มะดูก ยางแดง ยางปาย ยมหอม ประดู่ส้ม ตะเคียนทอง ก่อ พระเจ้าห้าพระองค์ ลำพูป่า ตุ้มเต๋น กะพง ไทร กฤษณา อบเชย ดีหมี และมะม่วงป่า เป็นต้น 
            2. ป่าไม้ผลัดใบที่พบได้แก่ ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง 
                  2.1 ป่าเบญจพรรณ Moist upper mixed deciduous forest (Mixed deciduous forest) พบที่ระดับ ๓๕๐ -๖๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพป่าโปร่ง พื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง จากการศึกษาในพื้นที่ป่าเบญจพรรณ พบชนิดพันธุ์ไม้ทั้งสิ้น 16 ชนิด 15 สกุล 12 วงศ์ โดยพบพืชในวงศ์ DIPTEROCARPACEAE ANACARDIACEAE FABACEAE และ COMBRETACEAE ไม้ที่สำคัญได้แก่ สัก แดง ประดู่ ตุ้ม งิ้วป่า เก็ดดำและเก็ดแดง ไม้ที่มีค่าน้อยได้แก่ ตะคร้อ ชัยพฤกษ์ รกฟ้า และมะกอกป่า เป็นต้น และบ้างพื้นที่สภาพป่าจะค่อยเริ่มเปลี่ยนลักษณะกลมกลืนกันไปกับป่าเต็งรัง 
                  2.2 ป่าเต็งรัง Dry Dipterocarp Forest ป่าเต็งรังพบทั้งในที่ราบและที่เขาเกือบทุกระดับชั้นความสูง ตั้งแต่ระดับความสูง 600–900 เมตร ขึ้นได้ในที่ดินตื้นเป็นลูกรังมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เป็นดินทรายหรือลูกรัง จากการสำรวจในพื้นที่ป่าเต็งรังเบื้องต้น พบชนิดพันธุ์ไม้ทั้งสิ้น 17 ชนิด 11 สกุล 11 วงศ์ โดยพบพืชในวงศ์ DIPTEROCARPACEAE มากที่สุดรองลงมาได้แก่ ANACARDIACEAE FABACEAE และ COMBRETACEAE ตามลำดับ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง รักใหญ่ คำมอกหลวง ไม้ก่อชนิดต่างๆ แสลงใจ และมะขามป้อม พืชพื้นล่างอื่นๆ เช่น ปรงป่า เป็นต้นนอกจากนี้ ในระดับความสูงตั้งแต่ 700 เมตร (รทก.) ขึ้นไปพบไม้สนสองใบกระจายอยู่โดยทั่วไป 

ทรัพยากรสัตว์ป่า 
สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่สามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 
            1. นก เป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ง่ายและมีจำนวนมากที่สุด ได้แก่ นกเขา นกเปล้า เหยี่ยว นกตบยุง นกเค้า นกปรอทคอลาย นกปรอทหัวโขน นกปรอดหัวเขม่า นกกระปูด นกกางเขนดง นกแซงแซวหาวบ่วงใหญ่ นกขมิ้น นกกระทาดง นกขุนทอง นกกินปลี นกหัวขวาน นกพญาไฟ นกยูง นกแก้ว นกบังรอก และไก่ป่า เป็นต้น 
            2. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ เก้ง หมูป่า ลิง อีเห็น หมาใน หมูหริ่ง แมวป่า เม่น พังพอน กระต่ายป่า กระรอก กระรอกบิน กระแต และค้างคาว เป็นต้น 
            3. สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ เต่าใบไม้ ตะพาบน้ำ กบ กบจุก เขียดแล้ว อึ่งอ่าง คางคก ปูจั่ว และปูเหล็ก เป็นต้น 
            4. สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ งูเหลือม งูหลาม งูจงอาง งูเห่า งูกระปะ(งูเปา) งูสามเหลี่ยม งูเขียวหางไหม้ ลิ่น ตุ๊กแก กิ้งก่า จิ้งเหลน และตะกวด เป็นต้น 
            5. ปลาที่พบเห็น ได้แก่ ปลาช่อน ปลาดุก ปลากั้ง ปลาซิว ปลาปกขาว ปลาหลอดหรือปลามัน ปลาปั่น ปลาขี้สุ่น ปลากระทิง ปลาหลด ปลาน้ำหมึก ปลาเข็ม ปลาไหล และปลาหมอ เป็นต้น


            1.เส้นทางถนนสายเชียงใหม่–แม่โจ้–พร้าว (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1001 จากตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่ ถึงหลักกม.ที่ 49 บริเวณหมู่บ้านป่าไม้แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนลาดยางประมาณ 3 กม. ถึงที่ทำการฯ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 53 กม. 

            2. เส้นทางถนนสายเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ถึงปากทางเข้าเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 10 กม. ถึงสำนักงานประปาแม่แตง เลี้ยวขวาเข้าถนนสายบ้านภูดิน-ป่าเลา บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1001 แล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นไปประมาณ 1.5 กม. แล้วเลี้ยวขวาทางแยกเข้าน้ำตกไปอีกประมาณ 3 กม. ถึงที่ทำการฯ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 65 กม.