อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) (Ao Siam)


   


สถานที่ติดต่อ : หมู่ที่ 6 ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77140
โทรศัพท์ : 0 3269 1226
อีเมล :
 aosiam_np@outlook.co.th
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายภัทร อินทรไพโรจน์
ตำแหน่ง : เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส


   


            อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม เป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่วนอุทยานป่ากลางอ่าว วนอุทยานแม่รำพึง พื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์ พื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่ง8 กิโลเมตร6 กิโลเมตร และ  5 กิโลเมตร ตามลำดับ ปรากฏในแผนที่ระวางมาตราส่วน 1:50000 ลำดับชุด L 7018ระวางชื่อ อำเภอบางสะพาน (AMPHOE BANG SAPHAN)หมายเลขระวางL7018 ระวางที่ 4831II ซึ่งอยู่ในชั้นคุณภาพลุ่มน้ำตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2532 แผนที่จำแนกเขตการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10,17 มีนาคม 2535 และตั้งอยู่ในพื้นที่ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่บางส่วนของอำเภอสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อาณาเขตติดต่อ
            ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอทับสะแก
            ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวยาง ท่าเทียบเรือและทะเลอ่าวไทย
            ทิศตะวันตก ติดต่อกับอ่าวบางสะพาน บ้านสวนหลวง บ้านหนองเสม็ด อำเภอบางสะพาน
                              และบ้านคลองน้ำเค็ม บ้านชายทะเล บ้านฝั่งแดง อำเภอบางสะพานน้อย
            ทิศใต้ติดต่อกับบ้านบางเบิด เขาขวาง และทะเลอ่าวไทย

สถานะพื้นที่
            
จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ20,047ไร่ประกอบด้วยพื้นที่เตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอ่าวสยามดังต่อไปนี้
            1. วนอุทยานป่ากลางอ่าว สถานะเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากลางอ่าว
            2. วนอุทยานแม่รำพึง สถานะเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึง
            3. เกาะทะลุ และพื้นที่ทะเลรอบเกาะรัศมี 1,000 เมตร เนื้อที่ประมาณ 17,371 ไร่ สถานะของพื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นที่บก เป็นพื้นที่ป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ส่วนพื้นที่ทะเลอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
            4. เกาะสิงห์ และพื้นที่ทะเลรอบเกาะรัศมี 500 เมตร สถานะของพื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นที่บก เป็นพื้นที่ป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้
พ.ศ. 2484 ส่วนพื้นที่ทะเลอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
            5. เกาะสังข์ และพื้นที่ทะเลรอบเกาะรัศมี 500 เมตร สถานะของพื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นที่บก เป็นพื้นที่ป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้
พ.ศ. 2484 ส่วนพื้นที่ทะเลอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 


19,960.03 ไร่

ป่ากลางอ่าว

หาดแม่รำพึง

ป่าชายเลนคลองแม่รำพึง

เกาะทะลุ


ไม่มีร้านค้าร้านอาหาร นักท่องเที่ยวควรจัดเตรียมไป


บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ                    AIS, TRUE, DTAC

 


ที่ทำการอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม


1. วนอุทยานแม่รำพึง
            มีพื้นที่ประกอบด้วยส่วนที่เป็นป่าบก มีเขาแม่รำพึง ซึ่งเป็นภูเขาสูงชัน มียอดเขาสูงสุด 248 เมตร มีพื้นที่สามด้านติดกับทะเลพื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันเกิน 35 % และมีพื้นที่ลาดชันทุกทิศทาง ส่วนที่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนสองฝั่งคลองแม่รำพึง ปากคลองแม่รำพึงมีสภาพเป็นดินเลน และชายหาดบางส่วน มีพื้นที่เป็นป่าบกประมาณ 1,500 ไร่ และพื้นที่ป่าชายเลน 3,050 ไร่รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,550 ไร่

2. วนอุทยานป่ากลางอ่าว
            ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบตลอดพื้นที่ ดินร่วนปนทรายอยู่ใกล้ชายทะเล พื้นที่อยู่ใกล้ชายทะเลน้ำไม่ท่วมขัง เมื่อถึงเวลาฝนตกน้ำจะไหลซึมลงดินหมดผิวหน้าดินจะมีความอุดมสมบูรณ์ดี เนื่องจากมีสภาพป่าปกคลุมพื้นที่ มีพื้นที่ประมาณ 1,200 ไร่

3. เกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์
            1. เกาะทะลุ
ภูมิประเทศเป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเนื้อที่ 1.178 ตารางกิโลเมตร (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง,2551) หรือประมาณ 736 ไร่ รูปร่างคล้ายวาฬวางตัวในแนวจากทิศเหนือมาทางทิศใต้ มีความยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร ด้านเหนือของเกาะจะเป็นหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับท้องทะเลไล่ระดับมาถึงตอนกลางของเกาะซึ่งเป็นภูเขาระดับความสูง 90 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางด้านตะวันออกจะเป็นแนวโขดหิน และซากปะการัง ด้านทิศตะวันตกจะเป็นชายหาด 2 หาด จนถึงด้านท้ายเกาะจะเป็นแหลมยื่นออกไป เมื่อเวลาน้ำทะเลลดลงจะเป็นหาดทรายยาวไปทางทิศใต้ ชื่อเกาะทะลุ เกิดจากสัณฐานของเกาะบริเวณตอนเหนือที่มีช่องทะลุเป็นโพรงขนาดใหญ่เกิดจากสายน้ำและแรงลมที่กัดกร่อนจนเกิดเป็นช่องทะลุ มองลอดผ่านไปอีกฝั่งหนึ่งได้ จนกลายเป็นที่มาของ “เกาะทะลุ” เกาะทะลุจัดเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายทางชีวภาพสูง คือมีทั้งความหลากหลายด้านพืชบก พืชทะเล สัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงระบบนิเวศแนวปะการัง ซึ่งระบบนิเวศเหล่านี้จัดเป็นบริเวณที่มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต ในแง่ของการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หลบภัย และเป็นแหล่งหาอาหาร ปัจจุบันเกาะทะลุ มีการเข้ามาใช้ประโยชน์ และทำกิจกรรม ในรูปแบบต่างๆ อย่างมากมาย ทั้งทางตรง และทางอ้อมเช่น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ดำน้ำชมปะการังเนื่องจากบริเวณเกาะทะลุ มีแหล่งดำน้ำชมปะการังที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง
            2. เกาะสิงห์ เป็นเกาะขนาดเล็กมีพื้นที่0.016ตารางกิโลเมตรห่างจากฝั่งประมาณ 5 กิโลเมตร
            3. เกาะสังข์ เป็นเกาะขนาดเล็กเช่นกันมีพื้นที่ 0.018 ตารางกิโลเมตร (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ,2551) ห่างจากฝั่งประมาณ 6 กิโลเมตร ยังมีทรัพยากรที่สำคัญและมีแนวปะการังที่มีความสมบูรณ์มาก


            พื้นที่ดังกล่าว บางส่วนเป็นเกาะ บางส่วนตั้งอยู่ติดกับทะเลอ่าวไทย จึงได้รับอิทธิพลมรสุมที่ก่อตัวในทะเลจีนใต้ทำให้ฝนตกชุกในช่วงฤดูฝน ซึ่งเริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน – เดือนพฤศจิกายน ของทุกปี นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดจากทะเลอันดามัน แต่จะถูกปะทะโดยเทือกเขาตะนาวศรี ฤดูหนาวจะเริ่มตั้งแต่ กลางเดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ และฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่ เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม


ชนิดของป่า สภาพป่าและพันธุ์พืช 
           1. พื้นที่บริเวณเกาะทะลุ  สังคมพืชบริเวณเกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะการขึ้นผสมของพรรณไม้ที่ปรากฏในเขตพฤกษภูมิศาสตร์ (floristic regions) 2 ภูมิภาค คือ ภูมิภาคอินโดจีน (Indo - Chinese) และภูมิภาคมาเลเซีย (Malesian) มีป่าเพียงประเภทเดียวคือป่าไม่ผลัดใบ (Evergreen forest) สามารถจำแนกออกได้เป็น 3 ชนิดป่า คือ ป่าดิบชื้น (Moist evergreen forest) ป่าดิบแล้ง (Dry evergreen forest) และป่าชายหาด (Beach forest) ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละชนิดป่า ดังนี้ 
                  1.1 ป่าดงดิบชื้น (Moist evergreen forest)  ป่าดงดิบชื้นบนเกาะทะลุ ได้รับอิทธิพลจากปริมาณน้ำฝนและระดับความสูงของพื้นที่และสภาพดินมีความชุ่มชื้นสูงตลอดทั้งปี พบกระจายเป็นหย่อมแทรกระหว่างป่าดิบแล้ง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นหุบเขาที่มีความชื้นในดินสูงและบริเวณที่เป็นด้านหลังแนวเขาทางทิศตะวันตกของพื้นที่เกาะป่าดงดิบชื้นเหล่านี้เป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญของผืนป่าบนเกาะ ถึงแม้จะไม่สามารถให้น้ำในลักษณะลำห้วยลำธารได้เนื่องจากมีพื้นที่ค่อนข้างน้อย และบางบริเวณเสื่อมโทรมลงไป แต่ก็ยังให้น้ำในลักษณะน้ำซับที่สามารถเก็บไว้ในดินได้ดีสังคมพืชที่พบมีโครงสร้างหลายชั้นเรือนยอดและหลายขนาดขึ้นรวมกันแต่ความสูงโดยรวมของพรรณไม้จะไม่สูงมากนัก เนื่องจากมีปัจจัยในเรื่องของลม (wind factor) เข้ามาเกี่ยวข้อง 
                  1.2 ป่าดิบแล้ง (Dry evergreen forest)  ป่าดิบแล้ง (Dry evergreen forest) บนพื้นที่เกาะทะลุมีหลายลักษณะโครงสร้างป่า ขึ้นอยู่กับทิศทางรับลม ซึ่งมีทั้งส่วนที่มีสภาพโครงสร้างป่าหนาแน่น มีความสูงประมาณ 10 – 15 เมตร และบริเวณที่เป็นทิศรับลมซึ่งมีสภาพพรรณไม้แคระแกร็น โดยเฉพาะพื้นที่ป่าบริเวณจุดชมวิวเกาะทะลุ 
                  1.3 ป่าชายหาด (Beach forest) สังคมพืชป่าชายหาดที่เกาะทะลุ พบตามชายฝั่งบริเวณที่เป็นหาดทราย (sand strand) น้ำทะเลท่วมไม่ถึงและตามโขดหินริมฝั่งทะเล (rock strand) ได้รับอิทธิพลจากลมทะเลซึ่งพัดเอาไอเค็มเข้ามา มีพรรณไม้ที่ขึ้นได้เฉพาะลักษณะนิเวศเช่นนี้ขึ้นอยู่กระจายห่างๆ หรือบางบริเวณเป็นหย่อมหรือเป็นแนวแคบๆ เป็นที่อยู่ของพรรณไม้ทนเค็มหลายชนิด เช่น หูกวาง (Terminaliacatappa L.) หมันทะเล (Cordiasubcordata Lam.) โกงกางหูช้าง (Guettardaspeciosa L.) มะพลับ (Diospyrosmalabarica(Desr.) Kostel.var. siamensis) โพทะเล (Thespesiapopulneoides (Roxb.) Kostel.) เทียนเล (Pemphisacidula J.R. &G.Forst.) รักทะเล (Scaevolataccada (Gaertn.) Roxb.) หงอนไก่ทะเล (HeritieralittoralisDryand.) เกด (ManilkarahexandraDubard) สารภีทะเล (Calophylluminophyllum L.) ตาตุ่มทะเล (Excoecariaagallocha L.)เตยทะเล (Pandanusodoratissimus L. f.)หยีทะเล (Derris indica (Lamk.) Benn.) คันทรง (ColubrinaasiaticaL.exBrongn.) สารพัดพิษ (SophoratomentosaL.) ลำบิดทะเล (Diospyrosferrea (Willd.) Bakh.var.ferrea) ตีนเป็ดชายฝั่ง (Ochrosiaoppositifolia(Lam.) K.Schum.) ส่วนจำพวกไม้พื้นล่างและไม้เลื้อยที่พบ เช่น พลับพลึงทะเล (Crinum sp.) ผักบุ้งทะเล (Ipomoea pes-caprae (L.)R.Br.) มะกล่ำตาหนู (Abrusprecatorius L.) ตานหม่อน (Vernoniaelliptica DC.) สำมะงา (Clerodendruminerme (L.) Gaertn.)สังวาลพระอินทร์ (Cassythafiliformis L.)ถอบแถบเครือ (Connarussemidecandrus Jack) 

            2. พื้นที่บริเวณวนอุทยานป่ากลางอ่าว สังคมพืชบริเวณวนอุทยานป่ากลางอ่าว อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีลักษณะพรรณไม้ที่ปรากฏในเขตพฤกษภูมิศาสตร์ (floristic regions)แบบภูมิภาคมาเลเซีย (Malesian)มีป่าเพียงชนิดเดียวคือ ป่าดิบชื้น (Moist evergreen forest) ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 
ป่าดิบชื้นในวนอุทยานป่ากลางอ่าว ได้รับอิทธิพลจากปริมาณน้ำฝนโดยเฉพาะลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดผ่านมาจากทะเลจีนใต้และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่านมาจากทะเลอันดามัน ซึ่งถึงแม้ว่าสภาพดินจะเป็นดินปนทรายแต่ก็ยังมีความชุ่มชื้นสูงตลอดทั้งปี 
สังคมพืชที่พบมีโครงสร้างหลายชั้นเรือนยอดและหลายขนาดขึ้นรวมกันพรรณไม้ที่โดดเด่นในพื้นที่คือยางนา (DipterocarpusalatusRoxb.exG.Don) และเป็นไม้ชั้นเรือนยอดบน มีความสูง30 – 40 เมตรนอกจากนี้ยังมี เมา (Syzygiumgrande (Wight) Walp.var.grande) มะกล่ำต้น (Adenantherapavonina L.) งาไซ (Pouteria sp.) ขึ้นกระจายทั่วไปไม้ในระดับรองลงมาได้แก่ตาเสือ (Aphanamixispolystachya(Wall.) R. Parker) ยมหอม (ToonaciliataM.Roem.) กะหนาย (PterospermumlittoraleCraibvar.litorale) กะอวม (Acronychiapedunculata (L.)Miq.)นอกจากนี้ยังหันลัด (Knemaglobularia (Lam.) Warb.) 
เรือนยอดชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4 ส่วนใหญ่จะเป็นกล้าไม้ขนาดใหญ่และที่พบได้มากเป็นจำพวกมะเดื่อ (Ficus sp.) มะปริง (Boueaoppositifolia(Roxb.) Meisn.)คำแสด (Mallotusphilippensis Mull. Arg.) 
ไม้พื้นล่าง เช่น เข็มทอง (Ixorajavanica (Blume) DC.)กำลังวัวเถลิง (AnaxagorealuzonensisA.Gray)กะพ้อ (LicualaspinosaThunb.) มะไฟแรด(Scleropyrumwallichianum (Wight &Arn.) Arn.)ไม้พื้นล่างที่พบจำพวกหวาย (rattans) สำรวจพบ 2 ชนิด ที่เด่นและพบมาก คือ หวายขม (Calamusrotang L.) จำพวกไม้เลื้อยและเถาวัลย์ที่พบ เช่น ย่านนมควาย (UvariagrandifloraRoxb. exHornem. var. grandiflora) ค้อนหมาขาว (Dracaena angustifoliaRoxb.) ม้าทลายโรง (Neuropeltisracemosa Wall.) กวางดูถูก (Naravelialaurifolia Wall. ex Hook. f. & Thomson) สำหรับย่านนมควายและกวางดูถูก จัดเป็นพรรณไม้หายาก 

            3. พื้นที่บริเวณวนอุทยานแม่รำพึง สังคมพืชบริเวณวนอุทยานแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะการขึ้นผสมของพรรณไม้ที่ปรากฏในเขตพฤกษภูมิศาสตร์ (floristic regions) 2 ภูมิภาค คือ ภูมิภาคอินโดจีน (Indo-Chinese) และภูมิภาคอินเดีย - พม่า (Indo – Burmese elements) มีป่าเพียงประเภทเดียวคือป่าไม่ผลัดใบ (Evergreen forest) สามารถจำแนกออกได้เป็น4 ชนิดป่า คือ ป่าดิบแล้ง (Dry evergreen forest) ป่าพรุ (Peat swamp forest) ป่าชายหาด (Beach forest) และป่าชายเลน (Mangrove forest) ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละชนิดป่า ดังนี้ 
                  3.1 ป่าดิบแล้ง (Dry evergreen forest) ป่าดิบแล้ง (Dry evergreen forest) บนพื้นที่วนอุทยานแม่รำพึง ปรากฏบนพื้นที่ที่เป็นภูเขาลาดชัน โดยเฉพาะบริเวณเขาแม่รำพึง และบริเวณภูเขาเหนืออ่าวเทียน ป่าดิบแล้งบริเวณนี้มีลักษณะโครงสร้างป่าที่คล้ายคลึงกับป่าดิบแล้งที่ปรากฏในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความเปลี่ยนแปลงของการปรากฏของชนิดพรรณไม้ตามระดับความสูงจากน้ำทะเลปานกลางที่เปลี่ยนไปโดยที่ระดับที่ต่ำกว่าจะเป็นกลุ่มพรรณไม้ที่ทนความแห้งแล้งได้ยาวนานกว่าและที่สูงขึ้นไปจะเป็นโครงสร้างป่าที่เริ่มมีพรรณไม้ที่ไม่ผลัดใบผสมอยู่ในสัดส่วนที่มากขึ้น 
โครงสร้างสังคมพืชทางด้านตั้งบริเวณนี้ โดยรวมแล้วประกอบด้วยพรรณไม้ 3 ชั้นเรือนยอด เรือนยอดชั้นบนความสูง10 – 15 เมตร ประกอบด้วย เมา (Syzygiumgrande (Wight) Walp.var.grande) อ้อยช้าง (Lanneacoromandelica (Houtt.) Merr.) มะค่าแต้ (SindorasiamensisTeijsm. &Miq.)มะกล่ำต้น(Adenantherapavonina L.)ขึ้นกระจายห่างๆเรือนยอดชั้นกลางสูง 5 – 10 เมตร เช่น พะวา (Garciniaspeciosa Wall.) กาแร้งหิน (KoilodepaslongifoliumHook. f.) พลองกินลูก (Memecylonovatum Sm.) คมขวาน (Gardenia obtusifoliaRoxb.exKurz) มะหวด (Lepisanthesrubiginosa (Roxb.) Leenh.) ดันหมี (Gonocaryumlobbianum (Miers) Kurz) กะอวม (Acronychiapedunculata (L.) Miq.) กะหนาย (PterospermumlittoraleCraibvar.litorale) พลับพลา (Microcostomentosa Sm.) มะกา (BrideliaovataDecne.) มะดูก (SiphonodoncelastrineusGriff.) สำเภา (Chaetocarpuscastanocarpus (Roxb.) Thwaites) 
พรรณไม้ชั้นสามที่พบส่วนใหญ่เป็นพืชในสกุลพลอง เช่น พลองใหญ่ (MemecylonovatumSm.)พลองขี้ควาย (MemecylonfloribundumBlume )พลองใบเล็ก (MemecylongeddesianumCraib)ขึ้นกระจายทั่วไป คำแสด (MallotusphilippensisMull. Arg.) มะนาวผี (Atalantiamonophylla(DC.) Correa) นกนอน (CleistanthushelferiHook.f.) ไกรทอง (Erythroxylumcuneatum (Miq.)Kurz) เอียน (Neolitseazeylanica(Nees) Merr.) บุหรง (DasymaschalonblumeiFinet&Gagnep.) ข่อย (StreblusasperLour.) ขี้เหล็กเลือด (Sennatimoriensis(DC.)Irwin &Barneby) เกด (Manilkarahexandra (Roxb.) Dubard) ไม้พื้นล่างที่พบ เช่น เปล้าเงิน (Croton sepalinus Airy Shaw) เต่าร้างแดง (CaryotamitisLour.) สวาด (Caesalpiniabonduc (L.) Roxb.) นมสวรรค์ จำพวกไม้เลื้อย เช่น แกแล (Broussonetiakurzii (Hook.f.) Corner) มะกาเครือ (Brideliastipularis (L.)Blume) ปดคาย (Tetraceraloureiri (Finet&Gagnep.)Pierre ex Craib) เครืองูเห่า (Toddaliaasiatica (L.) Lam.) ถอบแถบ (Connarussemidecandrus Jack)หมาว้อ (C. cochinchinensis (Baill.) Pierre) ประดงเลือด (SpatholobusharmandiiGagnep.) 
สำหรับป่าดิบแล้งเหนืออ่าวเทียนพบว่ามีมหาพรหม (MitrephorawinitiiCraib)ซึ่งเป็นไม้หายากปรากฏเป็นกลุ่ม และมีกระเบากลัก (Hydnocarpusilicifolia King) ขึ้นรวมอยู่ด้วย 
                  3.2 ป่าพรุ (Peat swamp forest) พรุแม่รำพึง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (wetland) เพียงแห่งเดียวในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (wetland) ที่มีความสำคัญระดับชาติ ด้านความเป็นตัวแทนหรือมีเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นพื้นที่พรุชายฝั่งที่ระบบน้ำได้รับอิทธิพลจากทะเล จึงมีระบบน้ำกร่อยและน้ำจืดที่มีบทบาทสูงการเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่ารวมทั้งการป้องกันน้ำเค็มรุกเข้าแผ่นดิน สังคมพืชป่าพรุที่วนอุทยานแม่รำพึง เกิดในพื้นที่ใกล้ชายฝั่งในบริเวณที่ลึกเข้ามาจากป่าชายเลน สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำใกล้เคียงกับระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพดินเป็นดินเลนและเค็ม สังคมพืชตามธรรมชาติที่ปรากฏให้เห็นมีความคล้ายคลึงกับป่าพรุแถบจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยโครงสร้างป่าส่วนใหญ่ประกอบด้วยเสม็ดขาว (Melaleucaquinquenervia (Cav.) S.T.Blake) เป็นไม้เด่น ซึ่งลักษณะสังคมพืชแบบนี้ ธวัชชัย (2555) อธิบายว่าเป็นป่าพรุที่ถูกแผ้วถางและถูกรบกวนซ้ำซากมีไฟไหม้เป็นประจำ ต่ำลงไปเพียงเล็กน้อยมีจาก (NypafruticansWurmb.) เป็นไม้เด่นปกคลุม ไม้พื้นล่างที่พบมากมีกระจูดหนู (Lepironiaarticulata (Retz.) Domin) ขึ้นอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังพบ ปรงทะเล (Acrostichumaureum L.) ลำเท็ง (Stenochlaenapalustris (Burm.f.)Bedd.)เป้งทะเล (Phoenix paludosaRoxb.) ตานหม่อน (Vernoniaelliptica DC.) สำมะงา (Clerodendruminerme (L.) Gaertn.) หวายลิง (Flagellariaindica L.) สำหรับบริเวณที่เป็นพื้นที่โล่งไม่มีไม้ยืนต้นปกคลุมตามธรรมชาติ อาจเนื่องจากดินมีความเค็มและมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานกว่าบริเวณอื่นๆ มีการปลูกพรรณไม้ป่าชายเลนขึ้นทดแทนที่พบคือ โกงกางใบใหญ่ (RhizophoramucronataPoir.) 
                  3.3 ป่าชายหาด (Beach forest) สังคมพืชป่าชายหาดที่วนอุทยานแม่รำพึง พบตามชายฝั่งบริเวณที่เป็นหาดทราย(sand strand)น้ำทะเลท่วมไม่ถึงและตามโขดหินริมฝั่งทะเล (rock strand) โดยเฉพาะบริเวณอ่าวเทียน สังคมพืชบริเวณนี้ได้รับอิทธิพลจากลมทะเลซึ่งพัดเอาไอเค็มเข้ามา มีพรรณไม้ที่ขึ้นได้เฉพาะลักษณะนิเวศเช่นนี้ขึ้นอยู่กระจายห่างๆ หรือบางบริเวณเป็นหย่อมหรือเป็นแนวแคบๆ เป็นที่อยู่ของพรรณไม้ทนเค็มหลายชนิด เช่น หมันทะเล (Cordiasubcordata Lam.) โกงกางหูช้าง (Guettardaspeciosa L.) โพทะเล(Thespesiapopulneoides (Roxb.) Kostel.) รักทะเล (Scaevolataccada (Gaertn.) Roxb.) เกด (ManilkarahexandraDubard) เตยทะเล (Pandanusodoratissimus L. f.) หยีทะเล (Derris indica (Lamk.) Benn.) สลัดได (Euphorbia antiquorum L.) ส่วนจำพวกไม้พื้นล่างและไม้เลื้อยที่พบ เช่น มะกล่ำตาหนู (Abrusprecatorius L.) ตานหม่อน (Vernoniaelliptica DC.) สำมะงา (Clerodendruminerme (L.) Gaertn.) เถาวัลย์ด้วน (Sarcostemmabrunonianum Wight &Arn.) หนามพุงดอ (Azimasarmentosa (Blume) Benth.)ถอบแถบเครือ (Connarussemidecandrus Jack) 
                  3.4 ป่าชายเลน (Mangrove forest) เป็นสังคมพืชที่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิดที่ไม่ผลัดใบหรือมีใบเขียวชอุ่มตลอดปี (Evergreen Species) มีลักษณะทางสรีระและความต้องการสิ่งแวดล้อมที่คล้ายกันพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้สกุลโกงกาง (Rhizophora) มักพบขึ้นอยู่บริเวณปากอ่าวชายฝั่งทะเลบริเวณเขตร้อนของโลก (Tropical Region) ซึ่งเป็นช่วงแผ่นดินบริเวณที่มีน้ำเค็มขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด บางครั้งจึงเรียกว่า Intertidal Forest สภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ป่านี้แตกต่างไปจากป่าชนิดอื่นๆ 
ในประเทศไทย ป่าชายเลนขึ้นอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำลำคลอง และบริเวณรอบเกาะที่มีสภาพเป็นดินเลน กระจายอยู่ตลอดแนวฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออก หรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดตราดลงไปจนถึงใต้สุด คือ จังหวัดนราธิวาส และฝั่งทะเลด้านตะวันตกหรือ ฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระยองไปถึงจังหวัดสตูล 
ปะการัง(Coral) ชนิดต่างๆ 

            4. ชนิดพันธุ์พืชหายาก พืชเฉพาะถิ่น พืชถูกคุกคาม และชนิดที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ ถึงแม้พื้นที่เกาะทะลุเป็นพื้นที่ขนาดเล็กมีลักษณะภูมิประเทศที่ไม่สลับซับซ้อนมากนัก แต่ด้วยปัจจัยแวดล้อมอันโดดเด่น จึงพบว่าพรรณไม้บางชนิดที่เป็นพรรณพืชชนิดที่หายาก พืชเฉพาะถิ่น พืชถูกคุกคาม และมีบางชนิดมีคุณค่าด้านการอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง สำหรับนิยามของพืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) และพืชหายาก (rare plants) ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (2556) มีดังนี้ คือ พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)หมายถึงพืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลกและเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะยอดเขาหน้าผาของภูเขาหินปูนแอ่งพรุ ฯลฯถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่(microclimate) ในปัจจุบันยังไม่มีการสำรวจและวิเคราะห์จำนวนชนิดพืชถิ่นเดียวของประเทศไทยอย่างครบถ้วน เนื่องจากยังขาดหนังสือพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย(Flora of Thailand) ฉบับที่สมบูรณ์ ส่วน พืชหายาก(rare plants)หมายถึงพืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ พืชถิ่นเดียวที่ปรากฏในหนังสือพรรณพฤกษชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นพืชหายาก ยกเว้นพืชถิ่นเดียวเพียงไม่กี่ชนิดที่มีจำนวนประชากรขึ้นแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติอยู่มากมาย 
การจัดกลุ่มของพรรณไม้หายาก หรือพืชเฉพาะถิ่นในรายงานฉบับนี้ อ้างอิงตามเอกสารของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (2548; 2550), สำนักงานหอพรรณไม้ (2551),Forest Herbarium: BKF (2005) พบว่าพรรณไม้ในกลุ่มนี้ในพื้นที่เกาะทะลุ มีที่สำรวจพบและจำแนกชนิดแล้วอย่างน้อย 5 ชนิด 5 วงศ์ บางชนิดอาจไม่ใช่พืชหายากแต่มีความสำคัญในด้านการอนุรักษ์เนื่องจากเป็นแหล่งพันธุกรรมไม้ที่ดีแห่งหนึ่งในประเทศ 

            5. พื้นที่บริเวณเกาะสิงห์ และเกาะสังข์ 
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นโขดหิน มีพันธุ์ไม้เล็กๆ ขึ้นอยู่บนเกาะ พื้นที่โดยรอบมีแนวปะการังอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลายชนิด 

            6. พันธุ์สัตว์ต่างๆ 
การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ ในพื้นที่ระบบนิเวศน์เกาะในพื้นที่เกาะทะลุตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 
การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ในบริเวณเกาะทะลุจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการสำรวจครอบคลุมพื้นที่ชายหาด และพื้นที่ป่าบนเกาะ เพื่อให้ได้ข้อมูลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน โดยดำเนินการดังต่อไปนี้ 
                  1. รวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลทุติภูมิในพื้นที่สำรวจ ตรวจสอบรายงานการศึกษาการปรากฏของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน 
                  2. ดำเนินการสำรวจรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ โดยการเก็บข้อมูลทั้งการพบเห็นตัวโดยตรง และทางอ้อม ดำเนินการสำรวจแบบเห็นตัว (visual encounter survey) ใช้การเดินสำรวจและบันทึกข้อมูลการพบเห็นตัวสัตว์ทั่วพื้นที่เกาะ 

ผลการสำรวจ 
จากการสำรวจ ทำให้ได้ข้อมูลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน ดังต่อไปนี้ 
            6.1 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากการสำรวจพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 วงศ์ 2 ชนิด คือ วงศ์ Pteropodidaeได้แก่ ค้างค้าวแม่ไก่เกาะ และวงศ์ Sciuridaeคือ กระรอกปลายหางดำ จำนวนของค้างคาวแม่ไก่ที่อาศัยอยู่บนเกาะ จากการคาดการจากการพบเห็นน่าจะมีมากกว่า 100 ตัว ส่วนกระรอกปลายหางดำได้ยินเสียงแต่ไม่พบเห็นตัว 
            6.2 นก จากการสำรวจนก ในพื้นที่เกาะทะลุ พบนกทั้งหมด 8 อันดับ 8 วงศ์ 11 ชนิดเป็นนกประจำถิ่น (resident) 10 ชนิด นกอพยพ (Winter visitor) 1 ชนิด โดยจากการสำรวจระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2556 ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูร้อนจึงไม่พบนกอพยพซึ่งอาจจะใช้เกาะเป็นที่พักและอาศัยในช่วงฤดูหนาว นกที่พบในพื้นที่เกาะทะลุ มีดังต่อนี้ 

ลำดับ

วงศ์

ชื่อสามัญ

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

1

Coraciidae

นกตะขาบทุ่ง

Coracias benghalensis

2

Cuculidae

นกกระปูดใหญ่

Centropus sinensis

3

Cuculidae

นกกาเหว่า 

Eudynamys scolopacea

4

Apodidae

นกแอ่นบ้าน

Hirundo rustica

5

Ardeidae

นกยางทะเล

Egretta sacra 

6

Ardeidae

นกยางเขียว

Butorides striatus

7

Charadriidae

นกกระแตแต้แว้ด

Vanellus indicus 

8

Muscicapidae

นกกระเบื้องผา

Monticola solitaries

9

Nectariniidae

นกกินปลีคอสีน้ำตาล

Anthreptes malacensis 

10

Nectariniidae

นกกินปลีอกเหลือง

Nectarinia jugularis

11

Sternidae

นกนางนวลแกลบท้ายทอยดำ

Sterna sumatrana

12

Sternidae

นกนางนวลแกลบคิ้วขาว

Sterna anaethetus 

จากการสำรวจนกในพื้นที่เกาะ บริเวณเกาะทะลุพบว่าปริมาณและชนิดของนกที่พบมีน้อยเกินกว่าที่คำนวณหาค่าดัชนีความหลากหลาย (Diversity index) สำหรับปริมาณที่พบ เนื่องจากทำการสำรวจเพียงครั้งเดียว จำนวนและชนิดของนกที่พบมีน้อยจึงไม่สามารถแบ่งช่วงความมากมายได้จึงได้แสดงไว้เฉพาะค่าความถี่ พบว่านกยางทะเลนกกินปลีอกเหลืองนกกินปลีคอสีน้ำตาล นกตะขาบทุ่ง นกกระแตแต้แว้ด เป็นนกที่มีค่าความถี่ของการพบเห็นมากที่สุดและนกนางนวลที่พบทั้งสองชนิดจะพบได้ในบริเวณเกาะสิงห์ เกาะสังข์ ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กเป็นที่อยู่อาศัยทำรัง วางไข่เท่านั้น โดยจะบินหากินในทะเลเปิดรอบๆเกาะอาจจะบินมาเกาะพักบริเวณปลายแหลมหินของเกาะทะลุบ้างในบางครั้ง 
            6.3 สัตว์เลื้อยคลาน จากการสำรวจในพื้นที่เกาะทะลุ พบสัตว์เลื้อยคลาน 5 วงศ์ 6 ชนิด ดังต่อไปนี้

 

ลำดับ

 วงศ์

ชื่อสามัญ

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

1

Agamidee

กิ้งก่าหัวแดง

Calortes versicolor 

2

Colubridae

งูสิงดง

Ptyas carinata 

3

Colubridae

งูเขียวพระอินทร์ 

Chrysopelea ornate 

4

Pythonidae

งูเหลือม

Python reticulatus 

5

Scincidae

จิ้งเหลนบ้าน

Eutropis multifasciata 

6

Gekkonidae

จิ้งจกหางหนาม

Hemidactylus frenatus 

 จากการสำรวจดำเนินการสำรวจเพียงครั้งเดียวมีเวลาในการสำรวจค่อนข้างน้อย จึงอาจจะยังมีสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ยังไม่ได้มีการสำรวจพบในครั้งนี้ ซึ่งจากการสำรวจยังพบปูไก่ (Cardisomacarnifex ) เป็นปูชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปูบก (Gecarcinidae) อาศัยอยู่บนพื้นที่เกาะทะลุด้วย 

            7. ปะการัง(Coral) ชนิดต่างๆ ปะการัง จัดว่าเป็นทรัพยากรทางทะเลที่มีความสำคัญมากต่อระบบนิเวศชายฝั่งกล่าวคือ ทรัพยากรแนวปะการัง เป็นทรัพยากรประเภทหนึ่ง ที่สร้างความหลากหลายทางชีวภาพใต้ท้องทะเล เนื่องจากมีสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง เช่น ปลาทะเลชนิดต่างๆ เต่าทะเล รวมถึงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นต้น นอกจากนี้ทรัพยากรตามแนวปะการังยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่นิยมการท่องเที่ยวดำน้ำชมปะการัง ทั้งการดำน้ำลึกและดำน้ำแบบผิวน้ำ จะเห็นได้ว่าในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ที่เข้ามาชื่นชมความงามของทรัพยากรแนวปะการังภายในและภายนอกอุทยานแห่งชาติทางทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย อาทิเช่นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า –หมู่เกาะเสม็ดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และเกาะเต่าเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริเวณเกาะทะลุเกาะสิงห์ เกาะสังข์ และบริเวณเกาะต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญของจังหวัด ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำชมปะการังในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีทรัพยากรแนวปะการังที่มีความหลากหลายมากอีกแห่งหนึ่งของอ่าวไทย 
                  7.1แหล่งดำน้ำชมปะการังที่สำคัญของเกาะทะลุเกาะสิงห์ และเกาะสังข์ แหล่งดำน้ำชมปะการังที่สำคัญของเกาะทะลุอยู่บริเวณทิศตะวันตกของเกาะมีความกว้างประมาณ 120 – 150 เมตร ตลอดแนวชายฝั่งจนถึงที่ระดับความลึก2 – 6 เมตรแต่ส่วนใหญ่มักพบปะการังบริเวณ 2 – 3 เมตรบริเวณด้านทิศตะวันออกเป็นกลุ่มปะการังโขดหิน มีปริมาณน้อยกว่าด้านทิศตะวันตกและบริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้มีทั้งแนวปะการังริมฝั่ง และกลุ่มปะการังบนพื้นที่ทราย มีแนวปะการังกว้าง 100 – 700 เมตรในบริเวณพื้นที่ เกาะสิงห์ มีแนวปะการังอยู่บริเวณริมฝั่งเกือบรอบเกาะมีความกว้างของแนวปะการัง 30 – 80 เมตร พบปะการังที่ระดับความลึกของน้ำทะเลที่ 3 – 5 เมตร และบริเวณเกาะสังข์ มีแนวปะการังอยู่บริเวณริมฝั่งเกือบรอบเกาะเช่นกัน (ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง) 
                  7.2สถานภาพปะการังบริเวณเกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์ จากข้อมูลการสำรวจแนวปะการังบริเวณเกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง ในปี 2553 ที่ได้ทำการสำรวจพื้นที่แนวปะการังในบริเวณเกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์ พบว่ามีพื้นที่แนวปะการัง ทั้งหมด 538 ,13 และ 21 ไร่ ตามลำดับซึ่งจากการสำรวจพื้นที่แนวปะการังดังกล่าว พบว่าพื้นที่แนวปะการัง บริเวณเกาะทะลุ และเกาะสิงห์ ปะการัง ส่วนใหญ่อยู่ในระดับสมบูรณ์ปานกลาง ร้อยละ 48.84 และ 50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดของแนวปะการัง ตามลำดับและบริเวณเกาะสังข์ ปะการังส่วนใหญ่อยู่ในระดับสมบูรณ์ดีมากร้อยละ 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดของแนวปะการัง 

            กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ได้เล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญ โดยประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองในรูปแบบต่างๆ เช่นอุทยานแห่งชาติ เขตคุ้มครองสัตว์ป่าพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นต้นทั้งนี้เพื่อรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่แนวปะการัง หญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและพื้นที่อาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นการส่งเสริม 

            การท่องเที่ยวทางทะเลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การดำน้ำชมปะการัง โดยเฉพาะบริเวณเกาะทะลุและพื้นที่ใกล้เคียงยังมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งหากมีการบริหารจัดการพื้นที่ในรูปแบบของอุทยานแห่งชาติ จะส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลมีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มมากขึ้นตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของท้องถิ่นดียิ่งขึ้นในอนาคต


1. วนอุทยานป่ากลางอ่าวและวนอุทยานแม่รำพึง

            1.1 โดยทางรถยนต์ ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม
                  - จากกรุงเทพถึงอำเภอบางสะพาน มีระยะทางประมาณ 369 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง 10 นาที
            1.2 โดยทางรถไฟ
                  - จากสถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพมหานครถึงสถานีรถไฟบางสะพาน มีระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง 40 นาที

2. เกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์
            2.1
โดยทางรถยนต์ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม
                  - จากกรุงเทพถึงอำเภอบางสะพาน มีระยะทางประมาณ 369 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง 10 นาที
                  - จากกรุงเทพถึงอำเภอบางสะพานน้อย มีระยะทางประมาณ 389 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง 25 นาที
(จากอำเภอบางสะพานหรืออำเภอบางสะพานน้อยไปยังท่าเรือของเอกชนซึ่งมีอยู่หลายแห่งที่ให้บริการการนำเที่ยว มีระยะทางประมาณ
10 กิโลเมตร) และจากท่าเรือ จะมีบริการนำท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ทั้งไปกลับ และพักค้างที่เกาะทะลุ ใช้เวลาเดินทางไปถึงเกาะทะลุโดย
เรือสปีดโบ๊ทประมาณ 20 นาที
            2.2 โดยทางรถไฟ
                  - จากสถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพมหานครถึงสถานีรถไฟบางสะพาน มีระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง 40 นาที